แนะนำ Feature ใหม่ของ Leceipt “ส่งอีเมลทีละหลายไฟล์”
23/09/2022
เชื่อมต่อโปรแกรม Leceipt กับ โปรแกรมบัญชี Microsoft Dynamic 365 Sales (CRM)
30/09/2022

SAP Business One vs Microsoft Dynamics 365 อันไหนที่เหมาะกับคุณ? 

SAP Business One vs Microsoft Dynamics 365 อันไหนที่เหมาะกับคุณ?

ไม่ว่าคุณจะเป็นองค์กรระดับโลกที่จัดตั้งขึ้นหรือเพิ่งเริ่มต้นที่มีแผนการขยายธุรกิจให้เติบโตขึ้น โซลูชัน ERP ของคุณจำเป็นต้องสนับสนุนและปรับปรุงรูปแบบเฉพาะให้เหมาะกับธุรกิจของคุณ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต   

โซลูชัน ERP ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกสองโซลูชันในตลาด ได้แก่ Microsoft Dynamics 365 และ SAP Business One (SAP B1) ทั้งสองมีความยืดหยุ่นสูงและสามารถปรับขยายได้ถึงระดับองค์กร แต่มีความแตกต่างกัน ในบล็อกนี้ เราจะพิจารณาคุณลักษณะและฟังก์ชันการทำงานบางอย่างของผลิตภัณฑ์ทั้งสองนี้ และให้การเปรียบเทียบเพื่อช่วยคุณตัดสินใจ  

Note: SAP มีผลิตภัณฑ์ ERP หลายตัว ERP รุ่นใหม่ที่เน้นการทำงานแบบ Cloud คือ SAP S/4HANA Cloud หากท่านที่กำลังมองหาโซลูชัน ERP บน Cloud ต้องหาข้อมูล SAP S/4HANA Cloud เพื่อเปรียบเทียบด้วย

ทั้ง 2 เป็นโซลูชันที่ปรับขนาดได้  (Scalable Solutions) 

Microsoft Dynamics 365 [เดิมชื่อ Navision, NAV, Axapta หรือ AX] มีอยู่ในตลาดมาตั้งแต่ปี 1987 และมีการพัฒนาและเติบโตเมื่อเวลาผ่านไป วันนี้ โซลูชันที่อัดแน่นด้วยคุณลักษณะนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการปฏิบัติงาน 

SAP Business One เปิดตัวครั้งแรกในปี 1996 (ภายใต้ชื่อ Top Manage) ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ซึ่งรวมทุกอย่างตั้งแต่การบัญชีและการเงินไปจนถึงการจัดซื้อ สินค้าคงคลัง การขาย และความสัมพันธ์กับลูกค้า 

ทั้ง Microsoft Dynamics 365 และ SAP Business One มีฟังก์ชัน ERP ที่ทันสมัย ด้วยความสามารถในการปรับขยายได้ถึงระดับองค์กร โซลูชันทั้งสองถูกปรับใช้ทั่วโลกโดยองค์กรท้องถิ่นหรือองค์กรข้ามชาติ   

ประเภทของการใช้งาน (Types of deployment) 

ข้อแตกต่างที่สำคัญประการหนึ่งระหว่างโซลูชัน ERP ทั้งสองนี้ คือ วิธีการปรับใช้ SAP Business One พร้อมใช้งานในองค์กร (On-premise) หรือเป็นโซลูชันที่โฮสต์ผ่าน Amazon Web Services (AWS) ในอีกทางหนึ่ง Microsoft Dynamics 365 พร้อมใช้งานในองค์กรหรือเป็นโซลูชันบนคลาวด์ ไม่ว่าจะในระบบคลาวด์ของ Microsoft หรือบนคลาวด์ที่โฮสต์โดยพันธมิตร นอกจากนี้ Microsoft Dynamics 365 ยังสนับสนุนการปรับใช้พร้อมกันในอุดมคติ เช่น เมื่อมีการโยกย้ายระหว่างระบบ   

อุตสาหกรรมที่รองรับ  (Supported industries) 

SAP Business One ได้รับ การออกแบบให้เป็นโซลูชันเฉพาะอุตสาหกรรม (แนวตั้ง) เป็นที่นิยมในบริษัทไอทีและโทรคมนาคม ตลอดจนในการวิจัย ทรัพยากรบุคคล และอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ ในการเปรียบเทียบ Microsoft Dynamics 365 นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ยืดหยุ่นมากขึ้นซึ่งปรับใช้โดยองค์กรทุกขนาดในอุตสาหกรรมและแอปพลิเคชันที่หลากหลาย

ฟังก์ชันหลัก (Core functionality) 

SAP Business One และ Microsoft Dynamics 365 นำเสนอคุณลักษณะและการทำงานที่มีประสิทธิภาพ ด้วยการเข้าถึงผ่านอุปกรณ์พกพา โซลูชันทั้งสองจึงรับประกันการเข้าถึงระบบอย่างต่อเนื่องและต่อเนื่องด้วยการเข้าถึงจากระยะไกลที่ง่ายดายจากทุกที่ในโลก

อย่างไรก็ตาม มีความแตกต่าง เช่น ภายในเครื่องมือการรายงาน SAP Business One ช่วยให้คุณเข้าถึง Crystal Reports ซึ่งอาจเป็นเรื่องยากใน Dynamics 365 อย่างไรก็ตาม Microsoft Dynamics 365 นำเสนอเครื่องมือ Business Intelligence (BI) ที่พร้อมใช้งานทันที สำหรับการส่งมอบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมของลูกค้า นอกจากนี้ เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมของ Microsoft ผู้ใช้จึงรู้สึกคุ้นเคยมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มและผลักดันให้ผู้ใช้นำไปใช้  

ส่วนเสริม (Add-ons) 

SAP Business One มีให้บริการในรูปแบบซอฟต์แวร์สำเร็จรูปหรือปรับแต่งเอง ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปประกอบด้วยแพ็คเกจสำหรับ Business Intelligence, ECommerce, HR & Payroll และอื่นๆ ช่วยให้คุณสามารถใช้ส่วนเสริมต่างๆ เพื่อช่วยในการดำเนินธุรกิจประจำวัน

SAP Business One พึ่งพาพันธมิตรบุคคลที่สามเพื่อส่งมอบส่วนเสริมสำหรับช่องว่างการทำงาน ตัวอย่างเช่น SAP Business One ไม่ได้รวมฟังก์ชันการจ่ายเงินเดือนในตัว ดังนั้นหากจำเป็นต้องใช้กระบวนการจ่ายเงิน ลูกค้าต้องพึ่งพาโปรแกรมเสริมของบริษัทอื่น   

ในทางตรงกันข้าม Microsoft Dynamics 365 นำเสนอโซลูชันเสริมมากมาย ทั้งหมดมีอยู่ในตลาด Microsoft AppSource สร้างขึ้นบนโครงสร้างพื้นฐานของ Microsoft Azure ทำให้ Microsoft Dynamics 365 ซิงค์และรวมเข้ากับแอปพลิเคชันทางธุรกิจของ Microsoft ได้หลากหลายอย่างราบรื่น ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้จะเพลิดเพลินไปกับการลงชื่อเพียงครั้งเดียวด้วย Office 365 เพื่อประสบการณ์ระบบนิเวศทางธุรกิจที่ราบรื่น  

นอกจากนี้ Microsoft Dynamics 365 ทำงานบนระบบแพลตฟอร์ม Software-as-a-service (SAAS) ดังนั้นองค์กรจึงจำเป็นต้องจ่ายเงินสำหรับโมดูลที่พวกเขาใช้เท่านั้น ทำให้พวกเขาสามารถควบคุมงบประมาณของตนได้อย่างเข้มงวดยิ่งขึ้น ในการเปรียบเทียบ การปรับใช้ SAP Business One จะมีโมดูลหลักอย่างน้อยสิบโมดูลที่ลูกค้าต้องจ่ายโดยไม่คำนึงถึงว่าจำเป็นหรือไม่  

รองรับหลายภาษา (Localization) 

การนำซอฟต์แวร์ ERP ไปใช้ช่วยให้องค์กรระดับโลกสร้างมาตรฐานข้อมูลและกระบวนการทางธุรกิจได้ ดังนั้นองค์กรเหล่านี้จึงสามารถมองเห็นการดำเนินงานทั้งหมดได้ทั่วโลก ด้วยซอฟต์แวร์ที่ปรับให้เข้ากับท้องถิ่นที่พร้อมใช้งานทันที ลูกค้าสามารถเลือกการปรับแต่งให้เหมาะสมกับท้องถิ่น (Localization) สำหรับประเทศของตนเพื่อเปิดใช้งานกระบวนการทางธุรกิจเฉพาะตลาดที่สอดคล้องกับกฎหมายท้องถิ่นเสมอ

เมื่อพูดถึงการปรับให้เข้ากับท้องถิ่น Microsoft Dynamics 365 เสนอการแปลเป็นภาษาท้องถิ่นมากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับการแปลเป็นภาษาท้องถิ่นของ SAP Business One ปัจจุบัน Microsoft Dynamics 365 มีให้บริการในภาษา ต่างๆ  มากกว่า SAP Business One  

สิทธิ์ในการใช้งาน (Licensing) 

ทั้ง Microsoft Dynamics 365 และ SAP Business One เสนอสิทธิ์การใช้งานแบบถาวร (Perpetual) และการสมัครใช้งาน (Subscription) โดย SAP Business One ผู้ใช้ลงทะเบียนจาก 1 ใน 4 ประเภท Licensing ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับผู้ใช้ (การเงิน, โลจิสติกส์, CRM และผู้ใช้มืออาชีพ)

Microsoft Dynamics 365 นำเสนอโครงสร้างการอนุญาตให้ใช้สิทธิ์ที่คุ้มค่าใช้จ่ายมากขึ้นพร้อมสิทธิ์การใช้งานเฉพาะสำหรับผู้ใช้หรืออุปกรณ์ นอกจากนี้ยังอนุญาตให้ใช้สิทธิ์การใช้งานแบบสมัครสมาชิก (Subscription) สำหรับการปรับใช้ในสถานที่ (On-premise) 

บทสรุป   

การเปรียบเทียบโซลูชันแต่ละผลิตภัณฑ์ก็จะมีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป แต่คุณต้องพิจารณาว่าโซลูชันไหนเหมาะสมกับธุรกิจของคุณและสิ่งที่คุณต้องการบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายของคุณคืออะไร และอะไรทำให้คุณไม่บรรลุเป้าหมายเหล่านั้น

SAP Business One และ Microsoft Dynamics 365 สามารถสนับสนุนทั้งสตาร์ทอัพและองค์กรขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากคุณกำลังมองหาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การทำงานแบบ Cloud อาจจะต้องนำ SAP S/4HANA Cloud เข้ามาเปรียบเทียบด้วย ซึ่งจะมีจุดเด่นในเรื่องการทำงานบนระบบ Cloud และระบบฐานข้อมูล HANA ซึ่งมีความเร็วสูงในการประมวลผลข้อมูลเหมาะสำหรับการประมวลผลข้อมูลจำนวนมาก  

แต่สุดท้ายแล้ว โซลูชันที่เหมาะสมกับองค์กรของคุณนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง รวมถึงความต้องการและลำดับความสำคัญทางธุรกิจเฉพาะของคุณ งบประมาณ และข้อจำกัด  

หลังจากเลือก ERP ได้แล้ว ต่อไปต้องเลือกโปรแกรมออกใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice & e-Receipt)

โปรแกรมออกใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice & e-Receipt) ที่สามารถเชื่อมต่อกับ ERP 

ทั้ง Microsoft Dynamics 365 และ SAP Business One ต่างก็เป็นซอฟต์แวร์ที่ดีและได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน หลังจากเลือกใช้ ERP ให้กับธุรกิจของคุณได้แล้ว ต่อไปก็ต้องเลือกซอฟต์แวร์ที่ช่วยออกเอกสารใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice & e-Receipt) จาก Microsoft Dynamics 365 หรือ SAP Business One

เพราะการสร้างเอกสารเหล่านี้ จะต้องทำตามกระบวนการที่กรมสรรพากรในประเทศไทยกำหนด จึงต้องใช้ซอฟต์แวร์ไทยในการช่วยสร้างเอกสาร

โดย Leceipt (https://www.leceipt.com) เป็นซอฟต์แวร์ที่สามารถเชื่อมต่อกับ ERP เพื่อสร้างเอกสาร e-Tax Invoice & e-Receipt ได้ทันที ไม่ต้องคีย์ข้อมูลซ้ำ สามารถสร้างเอกสารพร้อมกันทีละหลายเอกสาร และสามารถส่งเอกสารใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice & e-Receipt) ให้ลูกค้าทางอีเมลพร้อมกันทีละหลายเอกสารได้ด้วยคลิกเดียว มีพนักงานคนไทยคอยช่วยเหลือระหว่างการใช้งานจริง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 082-579-8555 

ผู้เขียน นายกฤษณ์ สุขวัจน์ 

วันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2565

Comments are closed.